อย่าเพิกเฉยต่อเสียงบ่นในชีวิตคู่

1. เสียงบ่นเรื่องบนเตียง 

  ถ้าคู่ของคุณเริ่มมีเสียงบ่นกระปอดกระแปด กับการทำการบ้านบนเตียง ขออย่าได้เมินเฉยหรือคิดว่าเป็นเรื่องขำขัน เพราะเซ็กส์ กับ ชีวิตคู่นั้นเป็นของคู่กันที่จะทำให้สัมพันธ์รักนั้นยืนยาว หลายคนอาจบอกว่าชีวิตในปัจจุบันนั้นแค่ทำงาน ขับรถกลับบ้านก็เหนื่อยแล้ว ยังจะมาให้ทำการบ้านบนเตียงต่ออีก ใครจะไหว

  อันที่จริงแล้วเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เซ็กส์ดีๆของคนรักกัน ไม่จำเป็นต้องมีบ่อยแบบวันเว้นวัน เซ็กส์ดีๆทีเกิดจากคนรักกันนั้น จะสร้างความพอใจให้กับอีกฝ่ายได้เสมอ และ เหนืออื่นใด ยังสร้างความรู้สึกภูมิใจลึกๆให้กับทั้งสองคน เพราะต่างก็รู้สึกว่ายังเป็นที่ต้องการของกันและกันอยู่ 

ดังนั้นถ้าคู่ของคุณเริ่มบ่น หรือ หงุดหงิดกับ การทำการบ้านบนเตียง ก็ขอให้เปิดอกคุยกัน และ หาจุดลงตัวให้เจอ จากนั้นค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน แต่ถ้ายังไปได้ไม่ดีพอปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอยู่มาก ลองเข้าไปขอคำปรึกษาเพื่อหาทางออกให้กับชีวิตคู่ที่ดี 


2. มีปัญหากับคนในครอบครัวของคนรัก 

  การแต่งงานนั้น ไม่ได้หมายความถึงคนสองคนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวเนื่องไปถึงครอบครัวของอีกฝ่าย และ ในหลายครอบครัว ก็มักมีปัญหากระทบกระทั่งกัน กับสมาชิกใหม่ที่หลายคนไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมในครอบครัวของคู่ของตนเอง และถ้าเขาหรือเธอมาบ่นเรื่องแบบนี้ให้คุณฟัง อย่าได้คิดว่าเป็นเรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง เพราะปัญหาที่กัดกินใจนั้นมันจะกร่อนความรู้สึกของอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเมื่อเขาหรือเธอหมดความอดทน คุณอาจจะต้องเสียใจ 

หนทางแก้ปัญหาแบบนี้ คุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกอกตัญญู หรือ เป็นคนไม่เอาญาติพี่น้อง แต่ ถ้าเกิดปัญหา สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ จำกัดการเข้าถึงในครอบครัวคุณจากพ่อแม่และญาติพี่น้อง ถ้าพวกเขาอยากให้คุณและคนที่คุณรัก รู้สึกเคารพในตัวพวกเขา คนเหล่านั้นก็ต้องรู้จักที่จะเคารพคุณและครอบครัวด้วย  และทันทีที่คุณได้ยินเสียงบ่นเรื่องเครือญาติจากปากคู่รักของคุณ ก็ขอให้คุณจงแก้ปัญหาเลย อย่าปล่อยเอาไว้นาน 


3. ถูกรบกวนด้วยเทคโนโลยี 

  ปัญหาของยุคสมัยเมื่อ โทรศัพท์เป็นทุกสิ่ง และ ทุกคนก็ก้มหน้าอยู่กับเจ้าเครื่องมือสื่อสารชิ้นนี้ และทำให้หลายครอบครัว รู้สึกห่างเหินกันแม้ว่าจะอยู่ในบ้านเดียวกัน และทันทีที่มีเสียงบ่นจากคนใดคนหนึ่งในครอบครัว คุณต้องหยุดคิดแล้วว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นจะนำพาไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าหรือไม่ 

 ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ ขอให้คุณจงเริ่มช่วงเวลาที่จะห่างจากเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา หรือช่วงเวลาที่จะวางมือจากเครื่องมือสื่อสาร อาจเป็นเวลากินข้าวร่วมกัน หรือ แม้แต่กำหนดเวลา หลังสามทุ่มไปแล้วจะไม่รับโทรศัพท์ หรือ ปิดโทรศัพท์ก่อนนอน เหล่านี้จะช่วยทำให้ความรู้สึกภายในครอบครัวนั้นดีขึ้น