หลักการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

กินเพื่อสุขภาพ… ดีอย่างยั่งยืน

    หลายคนทราบแล้วว่า อาหาร กับ สุขภาพ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก โรคภัยไข้เจ็บที่ทำให้ร่างกายมีอาการทุรนทุราย หลายอย่างเป็นผลมาจากการรับประทานอาหารด้วยส่วนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น เช่น เลือกรับประทานผักมากกว่าเนื้อสัตว์ เลี่ยงที่จะบริโภคไขมัน แต่บางคนก็ทำจนเกินความพอดี ทำให้ขาดความสุขในการลิ้มรสชาติของอาหาร (แต่ถ้านั่นคือความสุขอย่างหนึ่งก็ไม่ว่ากัน) การรับประทานเพื่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องอดๆ อยากๆ  เทรนการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นทั่วโลก และมีมากมายหลายแนวคิด และแนวคิดหนึ่งที่เนสท์เล่คิดว่า จะสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้บริโภคชาวไทย ก็คือแนวทาง Balanced Diet & Lifestyle หรือ กินอยู่อย่างสมดุลและวิถีการใช้ชีวิต หมายถึงการสะท้อนข้อคิดในการ บริโภคอาหาร และ การใช้ชีวิต ให้มีความสมดุลซึ่งกันและกัน

   

 

     

เราควรรู้ว่าตนเองต้องการพลังงานกี่กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งหลักพื้นฐานเบื้องต้นคือ

            •          ผู้หญิง ต้องการพลังงาน 1,600-2,000 กิโลแคลอรี/วัน

            •          เด็ก ต้องการพลังงาน 1,200-1,800 กิโลแคลอรีวัน

            •          ผู้ชาย ต้องการพลังงาน 2,000-2,500 กิโลแคลอรี/วัน

            •          ผู้ใช้แรงงานหนัก (หรือผู้ออกกำลังกาย) ต้องการพลังงานมากกว่า 3,000 กิโลแคลอรี/วัน

 

 อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญกับทุกคน

  

        ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง หรือใครก็ตามที่มีวิถีชีวิตการทำงานที่เร่งรีบ และละเลยการบริโภค อาหารเช้า หรือรับประทานอาหารเช้าแต่น้อย เพราะต้องรีบเดินทาง นั่นคือลักษณะหนึ่งของการกินอยู่อย่างไม่สมดุล และทำร้ายสุขภาพตนเองทุกวัน ซึ่งเป็นผลมาจาก ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมนั่นเองการไม่รับประทานอาหารเช้า มีผลทำให้สมองมีคุณภาพที่ด้อยลง-เสื่อมลงก่อนวัยอันสมควร เนื่องจากเวลาที่ร่างกายคนเรานอนหลับ 10-12 ชั่วโมง สารอาหารจะไม่เหลือเลย ร่างกายจะไม่มีน้ำตาล ให้สมองใช้งานในวันรุ่งขึ้น

 

  

 

  อาหารเย็น

  ไม่ใช่ว่าจะไม่ทาน เราควรทานเป็นจำพวก นม ผลไม้ ไม่ควรทานอาหารมีโปรตีน ไขมันเยอะ 

เพราะช่วงเย็นเราทานเสร็จเราไม่มีเวลาเผาผลานอาหาร เป็นช่วงเวลาเข้านอนของทุกคน

ถ้าทางที่ดีควรทานอาหารก่อน 6 โมงเย็น จะมีเวลาย่อยอาหารหลังจาก 6 โมงเย็น ไม่ควรทานอาหาร

ดื่มน้ำ ดื่มนมได้